Yeager กับ B-2 Spirit ถ่ายปี 2009

Chuck Yeager หรือ ชื่อเต็มคือ พลเอก Charles Elwood “Chuck” Yeager เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1923 ที่เมือง Myra รัฐ Virginia สหรัฐอเมริกา เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทั่วไปของกองทัพอากาศสหรัฐ(USAF),นักบิน Aceและนักบินทดสอบการตั้งค่าของเครื่องบินทดลอง เขาเป็นนักบินคนแรกของโลกที่สามารถทะลุกำแพงเสียงได้

Yeager ขณะดำรงยศ Captain

Yeager เข้าร่วมกองทัพบกอากาศสหรัฐ(USAAF[United States Army Air Forces])ในฐานะพลทหารในวันที่ 12 กันยายน 1941(3 เดือนก่อนการโจมตี Pearl Harbor)และทำงานเป็นช่างซ่อมอากาศยานที่ฐานทัพอากาศ George Air Force Base เมือง Victorville รัฐ California เขาจบจากชั้นเรียน 43C และได้เลื่อนขั้นเป็น Flight Officer(เทียบเท่าจ่า)ที่ Luke Field รัฐ Arizona ถูกส่งเข้าร่วมกองบินรบที่ 357 เมือง Tonopah รัฐ Nevada โดยเขาถูกฝึกให้บินเครื่อง Bell P-39 Airacobras(โดยถูกสั่ง Ground 7 วันเนื่องจากโฉบต้นไม้ของชาวนาขณะบินฝึก)

Bell P-39 Airacobras

และถูกส่งข้ามทะเลไปสหราชอาณาจักรไปในวันที่ 23 พฤศจิกายน 1943 โดยไปประจำฐานทัพอากาศ RAF Leiston หรือ USAAF สถานี 373 โดย Yeager บินเครื่องบิน North American P-51 Mustangs ของฝูงบิน 363d โดยเขาตั้งชื่อเครื่องบินเขาว่า Glamorous Glen ตามชื่อแฟนเขา

P-51D-20NA Mustang”Glamorous Glen III” เครื่องบินที่ Yeager ใช้ยิงเครื่องบินศัตรูตกมากที่สุด

Yeager ยิงเครื่องบินลำนึงตกก่อนที่เขาจะถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าฝรั่งเศสในเครื่องบินลำแรกของเขา(P-51B-5-NA s/n 43-6763)ในวันที่ 5 มีนาคม 1944(3 เดือนก่อนการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี) โดย Yeager ได้หนีไปที่ประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างสเปนโดยการช่วยเหลือของหน่วยต่อต้านใต้ดินของฝรั่งเศส Maquis และโดยเขาได้ช่วยสร้างระเบิดสำหรับหน่วยใต้ดินและช่วย Pat Patterson หน่วย Navigator ของเครื่องบิน Consolidated B-24 Liberator โดยเขาเดินทางกลับสหราชอาณาจักรวันที่ 15 พฤษภาคม 1944 เนื่องด้วยกฎที่ไม่ให้”ผู้หลบเลี่ยง(Evader)”หรือนักบินที่หลบหนีจากการจับกุมบินเหนือน่านฟ้าศัตรู เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับรอบสองแล้วบังคับให้เปิดโปงกลุ่มต่อต้าน แต่ Yeager ถูกเรียกตัวกลับไปบิน โดยเขาร่วมกับร้อยโท Fred Glover โดยเข้าไปคุยกับผู้บัญชาการสูงสุดของสัมพันธมิตร Dwight D.Eisenhower(ภายหลังเป็นประธานาธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐอเมริกา)ขอร้องให้พวกเขาได้กลับไปบินอีกครั้งโดย Eisenhower ก็ได้อนุมัติ โดย Yeager ได้แสดงให้เห็นความสามารถที่เขามีด้านการบินและความเป็นผู้นำ โดยวันที่ 12 ตุลาคม 1944 เขาได้เป็นนักบิน “Ace in Day”คนแรกในกลุ่มโดยทำให้เครื่องบินศัตรูตกได้ 5 ลำภายในภารกิจเดียว โดย 2 ลำเป็นเครื่องที่เขาไม่ได้ยิงเลยซักนัด มาจากเมื่อ Yeager เข้าตำแหน่งที่จะยิง Messerschmitt Bf 109 นักบินเยอรมันเกิดอาการหวาดกลัวหักเครื่องไปทางขวา ชนกับเพื่อนเขา โดย Yeager รายงานว่า พวกเขาดีดตัวออกมา เขาจบสงครามด้วยคะแนน 11.5 คะแนน รวมที่ยิงเครื่องบินรบไอพ่นตกเป็นครั้งแรกด้วย(Messerschmitt Me 262)โดยเขาให้สัมภาษณ์ด้วยประโยคที่กลายเป็นว่า”First time I ever saw a jet,I shot it down(ครั้งแรกที่ผมเห็นเครื่องบินไอพ่น ผมก็ยิงมันร่วงซะแล้ว)

Messerschmitt Me 262 เครื่องบินไอพ่นและเครื่องบินขับไล่ไอพ่นลำแรกของโลก

โดย Yeager ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นร้อยตรีขณะที่อยู่ Leiston และเป็นร้อยเอกก่อนจะจบสงคราม โดยเขาบินภารกิจสุดท้าย คือ ภารกิจที่ 61 ของเขาในวันที่ 15 มกราคม 1945 ด้วยชั่วโมงบินที่สูงและประสบการณ์ที่เคยซ่อมบำรุงเครื่องบินมาก่อน เขาจึงได้เป็นนักบินทดสอบเครื่องที่ถูกซ่อมแซม

Yeager ยังคงอยู่กับกองทัพอากาศหลังจากจบสงครามโลกเป็นนักบินทดสอบที่ Muroc Army Air Field(ปัจจุบันคือฐานทัพอากาศ Edward[ICAO : KEDW])โดยหลังจากเขาจบจาก Air Materiel Command Flight Performance School ชั้นเรียนที่ 46C นักบินทดสอบ Chalmers “Slicks” Goodlin ได้ต้องการ 150,000$ ปัจจุบัน คือ 1.6 ล้าน$ เพื่อทะลุกำแพงเสียง USAAF จึงเลือก Yeager เพื่อบิน Bell XS-1 ที่ติดเครื่องยนต์จรวด ในโครงการ NACA(National Advisory Committee of Aeronautical)เพื่อวิจัยเที่ยวบินความเร็วสูง

กัปตัน Yeager กับเครื่อง Bell X-1 ก่อนเขาจะทำการบิน

Yeager ได้บินทะลุกำแพงเสียงในวันที่ 14 ตุลาคม 1947 บินเครื่อง X-1 ที่ความเร็ว 1.07 Mach ที่ความสูง 45,000ft เหนือทะเลสาบแห้ง Roger(Roger Dry Lake) ในทะเลทราย Mojave โดย Yeager ได้รับรางวัล ถ้วย Mackay และ ถ้วย Collier ในปี 1948 สำหรับที่เขาบินเข้าสู่ความเร็วเสียง และถ้วยนานาชาติ Harmon ในปี 1954 ปัจจุบัน X-1 ที่ Yeager ใช้บินทะลุกำแพงเสียง แสดงโชว์อยู่ที่พิพิธพัณฑ์การบินและอวกาศ

Bell X-1 ที่ Yeager ใช้ ณ พิพิธพัณฑ์การบินและอวกาศ

 

คลิปที่อัดไว้ตอนที่ Chuck Yeager กำลังบินทะลุกำแพงเสียง

นอกจาก Yeager จะบินทะลุความเร็วเสียงใน X-1 แล้วเขายังทำอีกหลายครั้ง อย่าง X-1A ที่ทำความเร็ว 2.44 Mach ที่ความสูง 74,700ft

Yeager เกษียณจากกองทัพอากาศวันที่ 1 มีนาคม 1975 แต่ยังคงบินให้กับกองทัพและ NASA อยู่ โดยในวันที่ 14 ตุลาคม 1997 วันครบรอบ 50 ปีที่เขาบินทะลุกำแพงเสียงไป เขาบินเครื่องบิน McDonnell Douglas F-15D Eagle “Glamorous Glennis III”เข้าสู่ความเร็ว 1 Mach และในวันที่ 14 ตุลาคม 2012 วันครบรอบ 65 ปีที่เขาบินทะลุกำแพงเสียงครั้งแรก Yeager ในอายุ 89 ปี ได้ทำมันอีกครั้ง โดยบินเครื่องบิน McDonnell Douglas F-15 Eagle บินโดย กัปตัน David Vincent โดยบินออกจากฐานทัพอากาศ Nellis(ICAO : KLSV)

Yeager กับเครื่อง F-15 “Glamorous Glennis III”ของเขา

Suvijak Poo-umpaipong

Suvijak Poo-umpaipong

Flight Operation Assistant Coordinator at IVAO THAILAND DIVISION
Suvijak Poo-umpaipong
Categories: HistoryMiscellaneous